วันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

อนุทินที่ 2

ตอบคำถามท้ายบทที่ 1ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับกฎหมาย
1.ท่านคิดว่าทำไมมนุษย์เราต้องมีกฎหมายหากไม่มีจะเป็นอย่างไร
   ตอบ เพราะกฎหมายเป็นข้อบังคับที่กำหนดขึ้นเพื่อควบคุมพฤติกรรม การดำเนินชีวิตประจำวันอย่างมีระเบียบกฎเกณฑ์และความขัดแย้งของมนุษย์ หากไม่มีกฎหมายการอยู่ร่วมกันของมนุษย์ก็จะเกิดความวุ่นวาย และเกิดการขัดแย้งขึ้น ความไม่เป็นระเบียบในสังคมได้
2. ท่านคิดว่าสังคมปัจจุบันจะอยู่ได้หรือไม่หากไม่มีกฎหมายและจะเป็นอย่างไร
   ตอบ  สังคมปัจจุบันจะอยู่ไม่ได้หากไม่มีกฏหมายเป็นข้อบังคับ   เพราะจากประสบการณ์ตรงที่ผ่านมาจากสังคมที่บ้านและเหตุการณ์ในประเทศของเราจำเป็นต้องมีกฎหมายเป็นเป็นข้อบังคับในการใช้ชีวิตประจำวัน  เพราะคนในโลกยุคปัจจุบันจะถือเอาความคิดของตัวเป็นตัวตั้ง  จะไม่รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น เชื่อผู้อื่นโดยไม่คิดใครครวญให้ดี เห็นแก่เงินมากกว่าความถูกต้อง จึงทำให้สังคมเกิดการทะเลาะวิวาทกันมากในแต่ละวัน
3. ท่านมีความรู้ความเข้าเกี่ยวกับกฎหมายในประเด็นต่อไปนี้
         ก. ความหมาย
               กฎหมาย คือ คำสั่งหรือข้อบังคับที่เกิดจากรัฎ จากที่มีอำนาจสูงสุดของรัฐ เป็นข้อบังคับใช้กับคนทุกคนที่อยู่ในประเทศนั้น ๆ จะต้องปฏิบัติตามและมีสภาพบังคับที่มีการกาหนดบทลงโทษ
 
          ข. ลักษณะหรือองค์ประกอบของกฎหมาย
              1. เป็นคำสั่งหรือข้อบังคับที่เกิดจากบุคคลที่มีอำนาจสูงสุด
              2. มีลักษณะเป็นคำสั่งข้อบังคับ  ประกาศ หรือแถลงการณ์
              3. ใช้บังคับกับคนทุกคนในประเทศอย่างเสมอภาค เพื่อให้ทุกคนเกรงกลัว
              4. มีสภาพบังคับ ซึ่งบุคคลจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายหากฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามฝ่าฝืนอาจถูกลงโทษหรือไม่ก็ได้ และสภาพบังคับในทางอาญา
           ค. ที่มาของกฎหมาย
              1. บทบัญญัติแห่งกฎหมาย เป็นกฎหมายลักษณ์อักษร
              2. จารีตประเพณี เป็นแบบอย่างที่ประชาชนนิยมปฏิบัติตามกันมานาน
              3. ศาสนา เป็นข้อห้ามและข้อปฏิบัติที่ดีของทุก ๆ ศาสนาสอนให้เป็นคนดี
              4. คำพิพากษาของศาล
              5. ความเห็นของนักนิติศาสตร์
           ง. ประเภทของกฎหมาย
             กฎหมายภายใน
                   1. กฎหมายที่เป็นลายลักษณ์อักษรและไม่เป็นลายลักษณ์อักษร
                   2. กฎหมายที่มีสภาพบังคับทางอาญา และกฎหมายที่มีสภาพบังคับทางแพ่ง
                   3. กฎหมายสารบัญญัติ และกฎหมายวิธีสบัญญัติ
                   4. กฎหมายมหาชน และกฎหมายเอกชน
           กฎหมายภายนอก
                   1. กฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีเมือง
                   2. กฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคล
                   3. กฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีอาญา
4.ท่านมีความคิดเห็นอย่างไร ว่าทำไมทุกประเทศจำเป็นต้องมีกฎหมาย จงอธิบาย
         ตอบ ทำไมทุกประเทศจำเป็นต้องมีกฎหมาย เพราะกฎหมายคือสิ่งที่จำเป็นต่อทุกประเทศ       เป็นคำสั่งหรือข้อบังคับให้คนในประเทศปฏิบัติเพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้ง หากบุคคลใดไม่ปฏิบัติ ตามก็จะมีบทลงโทษ เป็นการควบคุมคนในประเทศให้อยู่ในระเบียบของกฎหมาย หากประเทศใดคนใน ประเทศปฏิบัติเคารพต่อกฎหมายอย่างเคร่งขัดก็จะทำให้ประเทศนั้นเจริญกว่าประเทศที่คนไม่เคารพกฎหมาย
5. สภาพบังคับในทางกฎหมายท่านมีความเข้าใจอย่างไร จงอธิบาย
     ตอบ  สภาพบังคับในทางกฎหมาย  คือ  คำสั่งหรือข้อบังคับออกโดยผู้มีอำนาจสูงเพื่อให้ประชาชนปฎิบัติตามและเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่าสงบ
6.สภาพบังคับกฎหมายในอาญาและทางแพ่ง มีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร
      ตอบ  มีความแตกต่างกัน คือ แตกต่างกันด้วยสภาพบังคับ ในกฎหมายแพ่งนั้น มีสภาพบังคับประเภทหนึ่ง กล่าวคือ ถ้าหากมีการล่วงละเมิดกฎหมายแพ่ง บุคคลผู้ล่วงละเมิดไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาล ก็อาจจะถูกยึดทรัพย์มาขายทอดตลาด เอาเงินที่ขายได้มาชำระหนี้ตามคำพิพากษาของศาล หรือมิฉะนั้น อาจถูกกักขังจนกว่าจะปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลก็ได้ ส่วนในกฎหมายอาญานั้น มีสภาพบังคับอีกประเภทหนึ่ง คือ โทษทางอาญาซึ่งกฎหมายได้บัญญัติไว้สำหรับความผิด ซึ่งโทษดังกล่าวมีอยู่ 5สถานด้วยกัน คือ ประหารชีวิต จำคุก กักขัง ปรับ และริทรัพย์สิน
7. ระบบกฎหมายเป็นอย่างไร จงอธิบาย
        ตอบ มี 2 ระบบ
          1. ระบบซีวิลลอร์ (Civil Law System) มีลักษณะเป็นกฎหมายที่บัญญัติไว้เป็นลายลักษณ์อักษร และไม่ได้ตัดสินตามแนวคำพิพากษาของศาล ระบบกฎหมายจึงได้ยึดถือฝ่ายนิติบัญญัติเป็นบ่อเกิดหลักของกฎหมาย และระบบศาลมักจะใช้วิธีพิจารณาโดยระบบไต่สวน และศาลจะไม่ผูกพันตามคำพิพากษาในคดีก่อนๆ
           2. ระบบคอมมอนลอว์ (Common Law System) เป็นกฎหมายซึ่งพัฒนาขึ้นโดยผู้พิพากษาผ่านทางการตัดสินคดีความของศาล และศาลชำนัญพิเศษอื่น ๆ มากกว่าผ่านทางพระราชบัญญัติของ
ฝ่ายนิติบัญญัติ หรือการดำเนินการของฝ่ายบริหาร
8. ประเภทของกฎหมายมีหลักการแบ่งอย่างไรบ้าง มีกี่ประเภท แต่ละประเภทประกอบด้วยอะไรบ้าง ยกตัวอย่างอธิบาย
         ตอบ  แบ่งโดยแหล่งกำเนิด อาจแบ่งออกได้เป็นกฎหมายภายในและกฎหมายภายนอก  ประเภทของกฎหมายแบ่งออกเป็น 2 ประเภท
                   กฎหมายภายใน
                           1. กฎหมายที่เป็นลายลักษณ์อักษรและไม่เป็นลายลักษณ์อักษร
                               1.1 กฎหมายที่เป็นลายลักษณ์อักษร  เช่น รัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติ ประมวลกฎหมายต่าง ๆ พระราชกำหนด พระราชกฤษฎีกา
                               1.2 กฎหมายที่เป็นไม่เป็นลายลักษณ์อักษร  เช่น จารีตประเพณี หลักกฎหมายทั่วไป
                           2. กฎหมายที่มีสภาพบังคับทางอาญา และกฎหมายที่มีสภาพบังคับทางแพ่ง
                               2.1 กฎหมายที่มีสภาพบังคับทางอาญา  เช่น การประหารชีวิต จำคุก กักขัง ปรับ หรือริบทรัพย์สิน
                               2.2 กฎหมายที่มีสภาพบังคับทางแพ่ง  เช่น การกำหนดให้เป็น โมฆะกรรมหรือโมฆียกรรม การบังคับให้ชำระหนี้ การให้ชดใช้ค่าเสียหาย
                           3. กฎหมายสารบัญญัติ และกฎหมายวิธีสบัญญัติ
                               3.1 กฎหมายสารบัญญัติ  เช่น ตัวบทกฎหมายในประมวลกฎหมายอาญาและในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิช
                               3.2 กฎหมายวิธีสบัญญัติ  เช่น พระราชบัญญัติล้มละลาย
                            4. กฎหมายมหาชน และกฎหมายเอกชน
                                4.1 กฎหมายมหาชน  เช่น  กฎหมายรัฐธรรมนูญ กาหนดระเบียบแบบแผนการใช้อานาจอธิปไตย กาหนดสิทธิและหน้าที่ของประชาชน
                                4.2 กฎหมายเอกชน  เช่น กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และพระราชบัญญัติบางฉบับ
                กฎหมายภายนอก
                        1. กฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีเมือง  เช่น กฎบัตรสหประชาชาติ สนธิสัญญา ข้อตกลงการค้าโลก
                        2. กฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคล  เช่น พระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดแย้งแห่งกฎหมาย
                        3. กฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีอาญา  เช่น สนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน
9.ท่านเข้าใจถึงคำว่าศักดิ์ของกฎหมายคืออะไร มีการแบ่งอย่างไร
     ตอบ ศักดิ์ของกฎหมาย คือ เป็นการจัดลำดับแห่งค่าบังคับของกฎหมายหรืออาจกล่าวได้ว่า      อาศัยอำนาจขององค์กรที่ใช้อำนาจจากองค์กรที่แตกต่างกัน ในการจัดลำดับจะต้องอาศัยหลักว่า กฎหมายหรือบทบัญญัติใดของกฎหมายที่อยู่ในลำดับที่ต่ำกว่า จะขัดหรือแย้งกับกฎหมายในลำดับที่สูงกว่าไม่ได้และเราจะพิจารณาอย่างไร โดยพิจารณาจากองค์กรที่มีอำนาจในการออก     กฎหมายโดยใช้เหตุผลที่ว่า (1) การออกกฎหมายโดยฝ่ายนิติบัญญัติ ควรจะเป็นกฎหมายเฉพาะที่สำคัญ เป็นการกำหนดหลักการและนโยบายเท่านั้น เช่น พระราชบัญญัติที่ออกโดยรัฐสภาซึ่งเป็น ตัวแทนของปวงชน (2) การให้รัฐสภา เป็นการทุ่นเวลา และทันต่อความต้องการและความจำเป็นของสังคม (3) ฝ่ายบริหารหรือองค์กรอื่นจะออกกฎหมายลูกจะต้องอยู่ในกรอบของหลักการและนโยบายในกฎหมายหลักฉบับนั้น
10.เหตุการณ์ เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2555 มีเหตุการณ์ชุมนุมของประชาชน ณ ลานพระบรมรูปทรงม้า และประชาชนได้ประกาศว่าจะมีการประชุมอย่างสงบ แต่ปรากฏว่า รัฐบาลประกาศเป็นเขตพื้นที่ห้ามชุมนุม และขัดขว้างไม่ให้ประชาชนชุมนุมอย่างสงบ ลงมือทำร้ายร่างกายประชาชน ในฐานะท่านเรียนวิชานี้ท่านจะอธิบายบอกเหตุผลว่า รัฐบาลกระทำผิดหรือถูก
    ตอบ เป็นการกระทำที่ผิด เพราะ ประชาชนมีสิทธิที่จะเรียกร้องสิทธิของตนเองเพราะประเทศไทย เป็นประเทศประชาธิปไตยมีสิทธีเสียงเท่ากัน รัฐธรรมนูญ ระบุอยู่แล้วว่า  
                1. บุคคลมีหน้าที่รักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และการครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
                2. บุคคลมีหน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมาย
                3. บุคคลมีหน้าที่ไปใช้สิทธิของตนเอง
                4. บุคคลมีหน้าที่ป้องกันประเทศ
11.ท่านมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ คำว่า กฎหมายการศึกษาอย่างไร จงอธิบาย
       ตอบ กฎหมายการศึกษา คือ บทบัญญัติตามกฎหมายรัฐธรรมนูญได้กำหนดให้มีกฎหมายการศึกษาขึ้น ที่จะเชื่อมโยงกับกฎหมายรัฐธรรมนูญว่าด้วยการศึกษาคือ จะเป็นกฎหรือคำสั่งหรือข้อบังคัของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาที่สถาบันหรือหน่วยงานผู้มีอำนาจได้ตราขึ้นบังคับกฎหมาย เพื่อให้บุคคลประพฤติปฏิบัติตาม ไปสู่การพัฒนาคนและสังคมสู่ความเจริญงอกงาม ธำรงไว้ซึ่งอิสรภาพ เสรีภาพของบุคคลและประเทศชาติ
12.ในฐานะที่นักศึกษาจะต้องเรียนวิชานี้ ถ้าเราไม่ศึกษากฎหมายการศึกษาท่านคิดว่า เมื่อท่านไปประกอบอาชีพครู จะมีผลกระทบต่อท่านอย่างไรบ้าง
       ตอบ ถ้าเราไม่รู้กฎหมายทางการศึกษาจะทำให้เกิดผลกระทบหลายด้านไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการจัดการศึกษาอย่างไรที่จะต้องเป็นไป  เพื่อพัฒนาคนไทยให้ เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจสติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรม ในการดำรงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข  และจะต้องจัดให้บุคคลมีสิทธิและโอกาสเสมอกันในการรับการศึกษานั้นต้องทำอย่างไร  สิ่งเหล่านี้เป็นพื้นฐานที่คนเป็นครูจะต้องทราบเพื่อจะได้ส่งเสริม     กระบวนการ จัดการศึกษาให้ผู้เรียนได้พัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ และเราไม่   ศึกษากฎหมายการศึกษาก็จะทำให้เราไม่รู้ว่ากฎหมายต่างๆมีอะไรบ้าง  

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น